วันนี้ไม่ได้เป็นวันวาเลนไทน์ และทั้งๆวันวาเลนไทน์ผ่านมาแล้วเป็นเดือน ส่วนปีนี้คงเป็นปีที่3 แล้วที่วันวาเลนไทน์ไม่ได้เป็นวันพิเศษอะไร เป็นแค่วันๆนึ่งที่เห็นคนรักมอบสิ่งดีๆให้กัน แต่ ตัวเรา ก็ได้แต่นั่งหวนคิดไปยังวันเวลาที่เคยผ่านมาในวันวาเลนไทน์ที่แสนสุข คำว่าแสนสุขใช่ได้กับเราจิงๆหรอ ได้ซิ มันเคยเห็ยเวลาแบบนั้นจิงๆ

แต่สิ่งที่ทำให้เจ็บและเสียใจจนถึงทุกวันนี้ เราก็ไม่เคยให้อภัยตัวเองเลยซักวินาที

ย้อนกลับไปตอนที่ยังอยู่ม.6 วาเลนไทน์ปีนี้ ดูสดใส แต่ความจริงแล้ว มันซ้อนความเจ็บปวดไว้มากมาย เขาไม่เคยเอ่ยปากพูด ทั้งๆที่วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์เราควรจะเอาเวลาทั้งหมด ให้กับคนที่เรารัก แต่เรากลับเอาเวลาไปใช้กับการทำกิจกรรมของกรรมการนักเรียนจนหมด กว่าจะเลิกก็6โมงกว่าแล้ว แต่เขาก็ยังรอเรา ทั้งยังโทรมาหาให้ออกมาเจอกันก่อนสักพักเดียวเท่านั้น แต่เราก็ยังงวนอยู่กับงาน งาน และงาน พอได้เวลาละตัวออกจากการทำงาน เราก็รีบมาหาเขา เขานั่งรอที่โต๊ะเกวียน ด้วยสีหน้าไม่ค่อยดี แล้วก็ยืนของขวัญ ที่เป้นการ์ดป๊อปอัพ ที่ทำเองกับมือให้เรา และบอกว่า "เรานั่งทำให้ทั้งคืนเลย" เราก็ดีใจมาก แต่ก็แอบอยากได้มากกว่านี้(แย่มากๆ) เขาบอกว่าด้านในเขียนว่า ".....รักทีนะ" เราก็บอกว่าอยากจะเห็น แต่เขาบอกว่าทากาวปิดทับไปแล้ว เราก็ยิ่งดีใจมาก และเขาก็ขอตัวกลับบ้านเพราะว่ารู้สึกไม่ค่อยสบาย

 

 

รู้ไม๊ เราเพิ่งได้รู้ความจริงในวันนี้ วันที่เราจากกัน และเขาก็อธิบายสิ่งต่างๆที่เราทำเอาไว้กับเขา และวันวาเลนไทน์นี้ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุนั้นด้วย ที่เขานั่งรอ ก็เพราะอยากเจอเรามากๆ และอยากให้ของขวัญเรากับมือมากกว่าการฝากคนอื่นเอาไปให้ และการที่เขาไม่ค่อยสบาย ก็เพราะนั่งทำการ์ดของขวัญจนไม่ได้นอน และเขาเสียใจที่เราไม่เห็นความสำคัญของเขาเลย เรากลับให้เวลากับงานมากกว่า ทั้งๆที่เขา รอตั้งแต่เลิกเรียน และหลังจากที่เขาขอตัวเรากลับบ้าน เขาก็ต้องขึ้นไปยืนโหนรถเมล์ ตลอดทาง ทั้งๆที่ไม่สบาย และเป็นเวลาช่วงเย็นที่คนมากมายเบียดเสียดกัน ทำให้เขาเป็นลม จนคนที่นั่งอยู่เห็นว่าเขายืนไม่ไหวเลยลุกให้เขานั่ง

เขาเล่าทั้งน้ำตา ร้องไห้ ให้เราได้ยิน

เราเสียใจ เราผิดเอง... จะกล่าวคำว่าขอโทษ มันก็สายเกินไป
แต่สิ่งหนึ่งตอนนี้ ที่เราทำได้ คือการรักเธอ และเฝ้ามองดูเธออยู่ห่างๆ
ยินดีและภูมิใจกับตัวเธอ ไม่ว่าเธอจะเศร้าหรือสุข
เราก็จะเฝ้ามองเธอตรงนี้

ตรงที่เธอ ไม่คิดจะหันมา.... ดูคนที่รักเธอ....      ตลอดไป

เหงาจนน่ากลัว

posted on 12 Apr 2008 12:39 by myteacup

      เปิดเทอมครั้งนี้ เป็นปิมเทอมที่ดูแล้วก็คล้ายๆกับปิดเทอมของทุกๆปี จะว่าไปแล้ว
จะเหลือการปิดเทอมแบบนี้ ไปอีกซักเท่าไหร่ เพราะอีกไม่นาน ก็จะเรียนจบแล้ว ชิส์ ช่างน่าใจหาย
ตอนนี้อายุก็มาแล้วนะ แต่ทำไมรู้สึกตัวเองยังไม่โตเลย รู้แต่ว่า เราได้เรียนอะไรหลายๆอย่างจาก"ความรัก"
ในตอนนี้ เรา"ชิน"กับการที่ต้องอยู่เพียงคนเดียว โดยไม่เหลือใครที่คอยอยู่ข้างเราเสมอแล้ว
จะว่าไปอยากจะยกประโยคในหนังรัก ที่เรารักมาที่สุด แต่ไม่รู้ว่าที่สุดในชีวิตได้ไม๊
แต่ถ้าในตอนนี้แล้วพูดได้ อย่างเต็มปาก


มิว : เหงาจนน่ากลัว
โต้ง : แล้วมันเป็นยังไง เหงาจนน่ากลัว
มิว : ก็ตอนเด็ก ๆ ความเหงาคือการไม่มีเพื่อนใช่ป่ะ แต่พอโตขึ้นความเหงามันเหี๊ยกว่านั้นมาก
โต้ง : แล้วความเหงามันเหี้ยใส่มิวยังไงอ่ะ

มิว : มันไม่ง่ายเลยนะ เพราะยิ่งผ่านไปนานๆ เรายิ่งคิดถึงอาม่า เราก็เลย ตั้งคำถามขึ้นว่า...
ถ้าเรารักใครมากๆ เราจะทนได้เหรอ ถ้าวันหนึ่งเนี้ย เราต้องเสียเขาไปแล้วไอ้การจากลา
มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต โต้งก็รู้ดี... มันจะเป็นไปได้เหรอโต้ง ที่เราจะรักใครโดยไม่กลัวการสูญเสีย
แต่อีกใจนึง ก็คิดว่า แล้วมันจะเป็นไปได้เหรอที่เราจะอยู่ได้โดยไม่รักใครเลย เนี่ยแหละ! คือกความเหงา
เราอยู่กับมันมา 5 ปี ทำไมเราจะไม่รู้ว่ามันทำร้ายเรายังไง... แล้วชีวิตที่เหลือของเราล่ะ
โต้ง : มิววววว...

 


น้ำตาไหลพราก 555 ช่างเหงาจนน่ากลัวจริงๆเรา แต่เวลาเราเหงา เราก็หาหลายๆสิ่งมาทำให้มันหายเหงา
ช่วงนี้หายเหงา เพราะมีพี่ๆที่น่ารักหลายๆคน อยู่ข้างๆ เรายังคงสนุก และรัก ที่เราได้รักและชื่นชอบใครสักคนนึ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับชีวิตของเรามากมาย

ขอบคุนหลายๆคนที่ทำให้มีวันนี้ อยากจะขอบคุนหนังเรื่องนี้ พี่มะเดียว และ "น้องพิช"
"ขอบคุณมากๆ ถ้าไม่ได้เจอกันเรื่องดีๆแบบนี้คงไม่เกิดขึ้น"

เอาเป็นว่าตอนนี้ยังคิดจะเขียนไรไม่ออก อันนี้เป็นentryแรกที่อยากจะขอบคุนความเหงาที่เกิดขึ้นกับตัวเรา เท่านั้นเอง...